ภาษีทรัมป์ทำพิษ กดหุ้นไทยร่วง เฉียด 40 จุด ดิ่งลึกสุดในรอบ 5 ปี
หุ้นไทยร่วง เฉียด 40 จุด รมว.คลัง มองไหลลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ไทยยังน้อยกว่าอีกหลายประเทศ หลังเจอมาตรการตอบโต้ภาษีทรัมป์
ดัชนีหุ้นไทยตลอดวันนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงและรุุนแรงจาก มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งไทยโดนไป 36% โดยดัชนีปิดไปที่ 1,125.21 จุด ร่วงลง -36.60 จุด มูลค่า 48,338.49 ล้านบาท นับว่า ร่วงลงตำสุดในรอบ 5 ปี โดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มองว่า เป็นการได้รับผลกระทบกับตลาดหุ้นทั่วโลกให้ปรับตัวลดลง และมีหลายประเทศที่ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงมากกว่าไทย โดยเฉพาะประเทศที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง -2.6% ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลุด low เดิม จากแรงกดดันการปรับขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่เก็บภาษีนำเข้าไทยสูงระดับ 36%
สำหรับหุ้นกดดัน นำโดยกลุ่ม ENERG ETRON BANK ตามความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจและภาคการส่งออก
ซึ่ง KEY FACTORS คือ เงินเฟ้อไทยเดือน มี.ค. +0.84% YoY ต่ากว่าคาดที่ +1.0% YoY และคาดว่า แนวโน้ม SET Index ผันผวนเชิงลบ มีแนวรับ 1120-1125 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด มองหุ้นไทย ปรับตัวลงตามภูมิภาค จากความกังวลผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐสะเทือนไปทั่วโลกรวมถึงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐเองขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลงกดดันหุ้นพลังงาน ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นเช่นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้ US bond yield ปรับตัวลง รวมถึงค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น
นอกจากนี้ดัชนียังทาจุดต่ำใหม่ต่อเนื่องโมเมนตัมในการลงทุนยังคงลดพอร์ต/ชะลอการลงทุน ส่วนเงินเฟ้อ มี.ค. ของไทยต่ำคาด
ด้านเงินเฟ้อ มี.ค. ของไทยออกมาต่าคาดที่+0.84%YoYจากตลาดคาด 1.00-1.10% ส่วนแนวโน้ม 2Q คาดว่าเงินเฟ้อต่าลงจาก1Q แต่ยังไม่เห็นแนวโน้มเข้าสู่เงินฝืด พร้อมมีโอกาสปรับเป้าเงินเฟ้อลงจากเดิม 0.3-1.3%รวมถึงก.ล.ต. อนุมัติเกณฑ์กองทุน TESGXมีผลบังคับใช้ 16เม.ย. คืนนี้ติดตาม Nonfarm-payrolls และอัตราการว่างงาน มี.ค. สหรัฐฯ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB